20 อันดับ Password ที่คนไทยใช้มากที่สุดในปี 2025

เปิด 20 อันดับ Password ที่คนไทยใช้มากที่สุดในปี 2025 ใครใช้อยู่แนะนำให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงโดนแฮก !

Password

ภาพจาก : Munthita / shutterstock.com

โดยทั่วไปแล้วสิ่งใดที่มีคนนิยมและชอบใช้กันเยอะ ๆ ก็มักจะเป็นสิ่งที่ดี แต่สำหรับ Password หรือรหัสผ่านนั้นกลับตรงกันข้าม เพราะหากรหัสผ่านไหนมีคนชอบใช้เหมือนกันเป็นจำนวนมาก ก็มักจะเป็นรหัสที่สามารถจำได้ง่าย และนั่นก็ทำให้แฮกเกอร์หรือผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเดาได้ง่ายอีกด้วย จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะโดนแฮกค่อนข้างสูง โดยล่าสุดทาง NordPass บริษัทให้บริการช่วยเก็บรหัสผ่าน ก็ได้นำสถิติ Password ที่คนไทยใช้มากที่สุดในปี 2025 มารายงานให้เราได้ทราบกัน

สำหรับสถิติรหัสผ่านที่คนไทยใช้กันมากที่สุดในปีนี้ อันดับที่ 1 ก็ยังคงเป็น “123456” เช่นเดียวกับปีที่ผ่าน ๆ มา และเหมือนกับสถิติของทั่วโลกที่รหัสดังกล่าวก็ฮิตติดอันดับ 1 มาตลอดหลายปีเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีรหัสผ่านอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยอย่างเช่น “123456789za” ที่มีการเติม za ต่อท้ายตัวเลขตามสไตล์วัยรุ่นอีกด้วย

รหัสผ่านที่คนใช้มากที่สุดในไทย ปี 2025

1. 123456 ถูกใช้ทั้งหมด 698,150 ครั้ง 2. Aa123456 ถูกใช้ทั้งหมด 434,313 ครั้ง 3. admin ถูกใช้ทั้งหมด 364,789 ครั้ง 4. 12345678 ถูกใช้ทั้งหมด 325,111 ครั้ง 5. 123456789 ถูกใช้ทั้งหมด 213,664 ครั้ง 6. Aa112233 ถูกใช้ทั้งหมด 164,476 ครั้ง 7. password ถูกใช้ทั้งหมด 147,087 ครั้ง 8. aa123456 ถูกใช้ทั้งหมด 138,192 ครั้ง 9. aabb1122 ถูกใช้ทั้งหมด 92,804 ครั้ง 10. 12345 ถูกใช้ทั้งหมด 92,632 ครั้ง 11. P@ssword ถูกใช้ทั้งหมด 84,013 ครั้ง 12. aa112233 ถูกใช้ทั้งหมด 53,809 ครั้ง 13. 1234567890 ถูกใช้ทั้งหมด 52,227 ครั้ง 14. 123456789za ถูกใช้ทั้งหมด 46,601 ครั้ง 15. 112233 ถูกใช้ทั้งหมด 42,670 ครั้ง 16. 12345678910 ถูกใช้ทั้งหมด 42,116 ครั้ง 17. Kram1234 ถูกใช้ทั้งหมด 41,406 ครั้ง 18. 111111 ถูกใช้ทั้งหมด 38,552 ครั้ง 19. 987654321 ถูกใช้ทั้งหมด 32,088 ครั้ง 20. 123456za ถูกใช้ทั้งหมด 29,275 ครั้ง

หากใครพบว่ารหัสผ่านของตัวเองติดอยู่ในอันดับเหล่านี้ ก็ขอแนะนำว่าควรเปลี่ยนไปใช้รหัสผ่านใหม่ที่เดายากกว่านี้น่าจะปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบัญชีที่มีความสำคัญมาก ๆ อย่างเช่นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมด้านการเงิน รวมถึงเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองชั้นหรือ 2FA ถ้าเป็นไปได้

บทความเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • 6 วิธีป้องกันการโดนแฮกข้อมูล ให้ปลอดภัยจากแฮกเกอร์

  • ลืมรหัส 2FA ไม่สามารถล็อกอินบัญชีต่าง ๆ ได้ ทำยังไงดี ?

  • Facebook โดนแฮก เข้าไม่ได้ ต้องทําอย่างไรดี ?

  • ไลน์โดนแฮก เข้าไม่ได้ ทํายังไงดี ?

  • ป้องกัน Facebook โดนแฮก มีวิธียังไงบ้าง ?

ขอบคุณข้อมูลจาก : nordpass.com

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวข้อง สถานที่ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

watch ดูโฆษณา
ปลดล็อกเพิ่มเติม
ปลอกหุ้ม
มากกว่า
Facebook จะปิดให้บริการ Messenger.com เม.ย. นี้ แอปฯ ยังใช้ได้ไหม ?
Facebook จะปิดให้บริการ Messenger.com เม.ย. นี้ แอปฯ ยังใช้ได้ไหม ?
Facebook เตรียมปิดให้บริการเว็บ Messenger.com บนเดสก์ท็อปตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป
Meta จดสิทธิบัตร AI ที่จำลองเป็นเจ้าของบัญชี Facebook หลังจากไปแล้วได้
Meta จดสิทธิบัตร AI ที่จำลองเป็นเจ้าของบัญชี Facebook หลังจากไปแล้วได้
จะเป็นอย่างไรหากในอนาคตมี AI ที่สามารถจำลองเป็นบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วได้ ?
OpenClaw คืออะไร ? จากของเล่นในครัว สู่โอเพนซอร์สที่โลก AI ต้องการ
OpenClaw คืออะไร ? จากของเล่นในครัว สู่โอเพนซอร์สที่โลก AI ต้องการ
โปรเจกต์โอเพนซอร์สที่เติบโตรวดเร็ว เพราะกล้าและฟังผู้ใช้
10 อันดับ CPU มือถือที่แรงที่สุดในปี 2026
10 อันดับ CPU มือถือที่แรงที่สุดในปี 2026
อัปเดตผลการทดสอบ CPU โทรศัพท์มือถือล่าสุดจาก AnTuTu ตัวไหนแรงสุดมาดูกัน !
ส่อง 10 อันดับโทรศัพท์มือถือที่แรงที่สุด ปี 2026
ส่อง 10 อันดับโทรศัพท์มือถือที่แรงที่สุด ปี 2026
อัปเดตล่าสุดกับอันดับความแรงของมือถือ Android จากคะแนนผลการทดสอบ AnTuTu Benchmark
Apple ออกอัปเดต iOS 26.3 อย่างเป็นทางการ อัปเดตได้แล้ววันนี้ !
Apple ออกอัปเดต iOS 26.3 อย่างเป็นทางการ อัปเดตได้แล้ววันนี้ !
iOS 26.3 ย้ายข้อมูลไป Android ได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มฟีเจอร์อื่น ๆ มีอะไรใหม่บ้างมาดูกัน
งาน Commart 2026 จัดที่ไหน เมื่อไหร่ เช็กได้ที่นี่เลย !
งาน Commart 2026 จัดที่ไหน เมื่อไหร่ เช็กได้ที่นี่เลย !
งานมหกรรมสินค้าไอทีและคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กับโปรโมชั่นจากพาร์ตเนอร์มากมาย
ช็อก ! พบสารพิษในหูฟังหลายรุ่น ดูดซึมเข้าผิวหนังได้ ชี้เสี่ยงมะเร็ง
ช็อก ! พบสารพิษในหูฟังหลายรุ่น ดูดซึมเข้าผิวหนังได้ ชี้เสี่ยงมะเร็ง
ตรวจพบสารพิษในหูฟังหลายรุ่นจากแบรนด์ดังที่ดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ อาจสะสมและเป็นอันตรายในระยะยาว