กรดไหลย้อน อาการทรมานกาย ใช้สมุนไพรอะไรช่วยบรรเทา

          กรดไหลย้อน ใครป่วยโรคนี้ก็แสนทรมายกาย งั้นมาดูว่าเราใช้สมุนไพรแก้กรดไหลย้อนชนิดไหนได้บ้าง เผื่อช่วยบรรเทาให้สบายตัวขึ้น

          กรดไหลย้อน เป็นโรคที่เกิดในระบบทางเดินอาหาร แต่ทรมานมาถึงอกและคอหอยได้ แถมบางครั้งก็เล่นเอาเอนตัวนอนกันลำบากไปเลย ดังนั้นการรักษาโรคกรดไหลย้อนจึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยโรคนี้หลายคนแสวงหาทุก ๆ วิธี ซึ่งวันนี้เราจะนำเสนอสมุนไพรแก้กรดไหลย้อน ลองมาดูเลยว่าตัวไหนน่าสนใจบ้าง

กรดไหลย้อน เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร

กรดไหลย้อน

          กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดตรงส่วนล่างของหลอดอาหารหย่อนสมรรถภาพ หรือมีการคลายตัวอย่างผิดปกติ จนทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทำให้มีอาการจุกแน่นบริเวณหน้าอก ระคายคอ แสบลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว รู้สึกเหมือนมีกรดซึ่งเป็นน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก ซึ่งหากปล่อยให้เป็นไปนาน ๆ อาจเสี่ยงภาวะหลอดอาหารอักเสบตามมาได้

กรดไหลย้อน เกิดจากอะไร ต่างจากโรคกระเพาะอาหาร อย่างไร ?

วิธีแก้อาการกรดไหลย้อน รักษาอย่างไรได้บ้าง

กรดไหลย้อน

          วิธีรักษากรดไหลย้อน หรือการดูแลตัวเองเมื่อเป็นกรดไหลย้อน สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ไม่กินแล้วนอนทันที แต่ถ้าจะนอนควรรออย่างน้อย 2 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร

  • หลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรเดินเล่น เดินย่อยอย่างน้อย 20 นาที 

  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดแก๊สมาก เช่น น้ำอัดลม กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผักประเภทหัวหอม กระเทียม สะระแหน่ ผลไม้รสเปรี้ยว ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ เป็นต้น

  • หลีกเลี่ยงอาหารทอด ๆ อาหารมัน ๆ เช่น ของทอดต่าง ๆ วิปครีม เบเกอรี่ ช็อกโกแลต อาหารฟาสต์ฟู้ด เป็นต้น

  • งดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่จะทำให้เกิดกรดมากได้เช่นกัน

  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้ารัดแน่น โดยเฉพาะบริเวณช่วงท้อง เพราะการใส่เสื้อผ้ารัดติ้ว จะกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากขึ้นได้

  • ลดความอ้วน เพราะการมีน้ำหนักเกินจะไปทำให้มีความดันในช่องท้องสูง เพิ่มความเสี่ยงกรดไหลย้อนได้มาก

  • หมั่นออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยขับทั้งไขมันและกรดแก๊สส่วนเกินได้ด้วย

  • หลีกเลี่ยงความเครียด

  • หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงขวา เพราะท่านี้จะทำให้กระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหาร ซึ่งอาจทำให้อาการกำเริบได้ แต่ควรนอนยกหัวให้สูงประมาณ 6-10 นิ้ว โดยอาจนอนบนหมอน 2 ใบ เพื่อไม่ให้กรดไหลเอ่อขึ้นมาที่คอ  

  • ใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ก็พอจะช่วยรักษากรดไหลย้อนได้ ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลายชนิดด้วยกัน

สมุนไพรบรรเทากรดไหลย้อน มีอะไรบ้าง

1. ลูกยอ

ลูกยอ

          ลูกยอเป็นสมุนไพรรักษากรดไหลย้อนตามตำรับยาโบราณเลยทีเดียวค่ะ โดยสรรพคุณของเขาคือช่วยเพิ่มการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้หูรูดหลอดอาหารแข็งแรงขึ้นขึ้น ส่งผลให้อาหารเคลื่อนจากกระเพาะไปสู่ลำไส้เล็กได้ดีขึ้น อีกทั้งลูกยอยังช่วยป้องกันหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อน ช่วยขับลม ทำให้อาหารไม่ตกค้าง ลดการเกิดลมในกระเพาะอาหาร และลดการเกิดแรงดันที่ทำให้กรดไหลย้อนมาที่หลอดอาหาร นอกจากนี้สารในลูกยอยังช่วยเร่งการสมานแผลของกระเพาะอาหาร ทั้งยังช่วยลดการอักเสบเฉียบพลันของกระเพาะอาหารเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อีกด้วย

          โดยเบื้องต้น ทางสมุนไพรอภัยภูเบศร แนะนำให้รับประทานสมุนไพรลูกยอ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 3 มื้อ ร่วมกับขมิ้นชัน 2 แคปซูล หลังอาหาร 3 มื้อ เพื่อช่วยเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน

          ข้อควรระวัง : ผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคไต หรือผู้ที่ต้องควบคุมปริมาณโพแทสเซียม รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรใช้สมุนไพรลูกยอ

2. ขิง

ขิง

          ขิงมีฤทธิ์ร้อน สรรพคุณของขิงจะช่วยขับลม ขับกรด-แก๊สในกระเพราะอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยลดอาการท้องอืด และช่วยย่อยได้ ซึ่งพอจะช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้ไปในตัว ทั้งนี้สูตรขิงช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ให้นำขิงประมาณ 30 กรัม มาชงในน้ำเดือด 500 มิลลิลิตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วกรองน้ำมาดื่ม ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ หรือจะดื่มในรูปแบบชาขิง-น้ำขิงสำเร็จรูปก็ได้ค่ะ

ข้อควรระวัง : 

  • หากเพิ่งเริ่มดื่มน้ำขิง แนะนำให้คั้นในปริมาณน้อย ๆ ก่อน อย่าเพิ่งใช้ปริมาณที่เข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการร้อนในหรืออักเสบ อีกทั้งอาจทำให้มีฤทธิ์รุนแรงเกินไปจนกระทบกับสุขภาพได้

  • ขิงมีฤทธิ์ร้อน จึงไม่เหมาะกับคนที่มีความร้อนภายในร่างกายอยู่แล้ว เช่น มีอาการตาแดง ร้อนใน ตัวร้อน เหงื่อออกมาก เจ็บคอ มีเสมหะออกเหลือง เหนียวข้น หากรับประทานขิงอาจมีอาการทรุดลง       

  • ผู้ที่มีอาการเลือดออกผิดปกติ หรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด รวมทั้งยาต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขิง เพราะขิงมีสรรพคุณต้านการแข็งตัวของเลือด       

  • หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานขิงเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ      

  • ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีไม่ควรรับประทานขิง เพราะขิงมีฤทธิ์ขับน้ำดี

  • ขิงอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารควรระมัดระวังการรับประทานทานขิง

น้ำขิง ประโยชน์แจ่มจริง ๆ ดื่มทุกวันยิ่งดีเลย

3. กล้วยน้ำว้าดิบ

กล้วยน้ำว้าดิบ

          กล้วยดิบ มีสารสำคัญซึ่งมีผลช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนที่ทำให้ปวดท้อง แสบอกจุกเสียดลิ้นปี่ โดยสารนั้น ได้แก่ สารแทนนินที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน บรรเทาอาการกรดไหลย้อน แก้ท้องเสีย, สารซิโตอินโดไซส์ (Sitoindoside) และสารลิวโคไซยานิดินส์ (Leucocyanidins) ที่มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

          โดยวิธีกินตามข้อมูลในงานสาธารณสุขมูลฐานเพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย อาการปวดท้องจุกเสียด คือ ให้นำกล้วยน้ำว้าดิบหั่นบาง ๆ ตากแดดให้แห้ง และบดให้ละเอียดเป็นแป้ง ตักปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วรับประทาน

          ข้อควรระวัง : สารซิโตอินโดไซส์ (Sitoindoside) เป็นสารออกฤทธิ์ในกลุ่มสเตียรอยด์ การใช้กล้วยดิบในระยะยาวจึงต้องระมัดระวังเรื่องผลข้างเคียง เพราะยังไม่มีการศึกษาพิษ

4. ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้

          ว่านหางจระเข้จัดเป็นสมุนไพรที่มีเมือก โดยเมือกดังกล่าวจะไปช่วยปกป้องชั้นเคลือบในกระเพาะอาหารได้ดี อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบในทางเดินอาหารได้ จึงจัดเป็นสมุนไพรบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้ดีอีกชนิดหนึ่ง โดยวิธีรับประทาน ให้ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ แล้วนำวุ้นที่ได้ไปล้างให้สะอาด แล้วนำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง หรือจะดื่มน้ำว่านหางจระเข้ก็ได้

ข้อควรระวัง : 

  • ไม่ควรดื่มน้ำว่านหางจระเข้มากเกินไป (ไม่เกิน 12 ช้อนโต๊ะ) เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้ เนื่องจากการได้รับสารอะโลอิน (aloin) ที่มากเกินกว่าร่างกายจะรับไหวนั่นเอง ซึ่งสารชนิดนี้เป็นหนึ่งในสารที่อยู่ในยาถ่าย และหากใช้ติดต่อกันในระยะยาวก็อาจจะทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุ­­­บางชนิด โดยเฉพาะโพแทสเซียมได้ค่ะ 

  • ผู้ที่มีอาการแพ้หัวหอม กระเทียม หรือเกสรทิวลิป อาจมีอาการแพ้ว่านหางจระเข้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนดีกว่า

  • ไม่ควรดื่มน้ำว่านหางจระเข้ขณะที่เป็นประจำเดือน หรือขณะที่ตั้งครรภ์

  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำว่านหางจระเข้หากมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ริดสีดวงทวาร หรือมีการเสื่อมสภาพของตับและน้ำดี 

10 ประโยชน์ของน้ำว่านหางจระเข้ พร้อมสูตรดื่มเพื่อลดน้ำหนัก

5. คาโมมายล์

คาโมมายล์

          การศึกษาในปี 2006 พบว่า สารสกัดจากคาโมมายล์สามารถลดกรดในกระเพาะอาหารได้พอ ๆ กับยาลดกรดที่วางจำหน่ายทั่วไป และยังช่วยป้องกันการเกิดภาวะกรดเกินในกระเพาะอาหารได้ดีกว่ายาลดกรดอีกต่างหาก

          ทว่าการใช้คาโมมายล์ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป แต่สิ่งที่คาโมมายล์ทำได้แน่ ๆ ก็คือช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ซึ่งการอยู่ในจุดที่สบาย ๆ ไม่เครียดก็จะช่วยลดปัจจัยกระตุ้นการเกิดกรดเกินในกระเพาะอาหารได้ด้วย ดังนั้นหากจะลองดื่มชาคาโมมายล์เพื่อบรรเทาอาการกรดไหลย้อนดูบ้างก็ตามสบายเลย

ข้อควรระวัง : 

  • ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาร์ฟาริน (warfarin) ไม่ควรดื่มชาดอกคาโมมายล์ เพราะอาจไปเสริมฤทธิ์ของยาได้

  • ระมัดระวังการแพ้คาร์โมมายล์ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติแพ้ดอกเกสร แพ้พืชต่าง ๆ อยู่แล้ว

  • การใช้คาร์โมมายล์ในระยะยาว ๆ อาจต้องระวังผลข้างเคียง เพราะยังไม่มีการศึกษาความเป็นพิษที่แน่ชัด

          อย่างไรก็ดี สมุนไพรบรรเทากรดไหลย้อนก็เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการบรรเทาอาการเบื้องต้นเท่านั้น แต่คนที่เป็นกรดไหลย้อนก็ควรดูแลเรื่องอาหารการกิน พร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจทำให้อาการกำเริบไปพร้อมกันด้วยนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อน

  • โรคกรดไหลย้อนห้ามกินอะไร ไม่อยากลำบากกายต้องเลี่ยง !

  • กรดไหลย้อน เกิดจากอะไร ต่างจากโรคกระเพาะอาหาร อย่างไร ?

  • เจ็บหน้าอก จุกแน่นบ่อย ๆ นี่เราเป็นโรคหัวใจหรือกรดไหลย้อนกันแน่

  • 12 อาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน เสี่ยงกรดไหลย้อน แถมนอนไม่หลับ !  

ขอบคุณข้อมูลจาก : สมุนไพรอภัยภูเบศร, สำนักคณะกรรมการอาหารและยา, โรงพยาบาลพญาไท, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย, healthline.com

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวข้อง สถานที่ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

watch ดูโฆษณา
ปลดล็อกเพิ่มเติม
ปลอกหุ้ม
มากกว่า
แคปชั่นออกกำลังกาย ลดน้ำหนักแบบมีกำลังใจ โพสต์ไว้ก่อนค่อยลดทีหลัง
แคปชั่นออกกำลังกาย ลดน้ำหนักแบบมีกำลังใจ โพสต์ไว้ก่อนค่อยลดทีหลัง
รวมแคปชั่นสำหรับสายออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ มาจดแคปชั่นสร้างกำลังใจไว้ก่อนเลย
ส่องท่าฟิตหุ่นชะลอวัย 3 โปรแกรมง่าย ๆ สไตล์แอน ทองประสม
ส่องท่าฟิตหุ่นชะลอวัย 3 โปรแกรมง่าย ๆ สไตล์แอน ทองประสม
ออกกำลังกายตามนี้เป็นประจำ ก็มีรูปร่างแซ่บได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะวัยไหน
ชี้พิกัดฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง ใน กทม. ชอบออกกำลังกายตอนไหนก็ไปได้ทุกเวลา
ชี้พิกัดฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง ใน กทม. ชอบออกกำลังกายตอนไหนก็ไปได้ทุกเวลา
สะดวกจะออกกำลังกายแต่เช้าตรู่ ฟ้ายังไม่สว่าง หรือค่อนดึกไปแล้วก็เชิญได้ที่ฟิตเนสเหล่านี้เลย
วิธีเลือกฮูลาฮูป เพื่อเอวเอสในฝัน พร้อมวิธีเล่นสำหรับมือใหม่
วิธีเลือกฮูลาฮูป เพื่อเอวเอสในฝัน พร้อมวิธีเล่นสำหรับมือใหม่
ลดพุงด้วยการเล่นฮูลาฮูป เลือกยังไง เล่นยังไงได้บ้าง อยากรู้ตามมาดู
Fart walk เดินไปตดไป เทรนด์สุขภาพมาแรงที่ลองแล้วจะโล่ง !
Fart walk เดินไปตดไป เทรนด์สุขภาพมาแรงที่ลองแล้วจะโล่ง !
ไม่ต้องอดต้องกลั้นอีกต่อไป เดินไปตดไปให้สบายใจ แถมได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ !
รวมแคปชั่นนักวิ่ง แคปชั่นฮา ๆ ไว้โพสต์เรียกยอด Like ให้เพื่อนกดใจกระจาย !
รวมแคปชั่นนักวิ่ง แคปชั่นฮา ๆ ไว้โพสต์เรียกยอด Like ให้เพื่อนกดใจกระจาย !
นักวิ่งทั้งหลายที่อยากลงรูปโชว์ความฟิต แต่ยังไม่เจอแคปชั่นที่โดนใจ วันนี้เรารวมมาให้แล้ว !
6 ประโยชน์ของการเดินหลังกินข้าว รู้ไหม…เราควรเดินย่อยสักกี่นาทีดี ?
6 ประโยชน์ของการเดินหลังกินข้าว รู้ไหม…เราควรเดินย่อยสักกี่นาทีดี ?
อิ่มหนำกับมื้อเย็นจนพุงเต่งแล้ว อย่าลืมเดินย่อยอาหารและรับประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพกันด้วย
วีเจจ๋า แจกทริกปั้นหน้าท้องสวยฉ่ำรับสงกรานต์ ปี 2567
วีเจจ๋า แจกทริกปั้นหน้าท้องสวยฉ่ำรับสงกรานต์ ปี 2567
ออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ รับหุ่นแซ่บได้ทันสงกรานต์ โชว์หุ่นฉ่ำ ๆ ได้เลย